Sign up now to save your progress and more!
Bangkok Lifestyle

Bangkok Lifestyle

Advanced Fiction Culture

วิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ

โบว์กับจอห์น เป็น{เพื่อน}กันตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อจบการศึกษาต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานที่ตนเองรัก ผ่านไปห้าปี ทั้งสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญที่กรุงเทพฯ จึงมีโอกาสได้พูดคุยถึงเรื่องราวและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ต่างคนต่างได้พบเจอในช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกัน

จอห์น: ไม่น่าเชื่อนะโบว์ ไม่เจอกันตั้งนาน เธอยังดู{เหมือนเดิม}เลย ตอนนี้อยู่ที่ไหนเนี่ย แล้วทำงานอะไร

โบว์: นี่คือคำชมใช่ไหมจอห์น แสดงว่าเรายังสวย{เหมือนเดิม} ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบคุณมาก ตอนนี้เราอยู่กรุงเทพฯนี่แหละ เราทำงานเป็น{ฟรีแลนซ์} รับงานออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

จอห์น: เราก็ว่าอยู่ เรารู้ว่าเธอชอบเรื่องแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่เราเห็นเธอสอบได้คะแนนสูงที่สุดในวิชา{วิทยาการคอมพิวเตอร์}แล้วก็วิชาศิลปะด้วย

โบว์: โห จำได้ด้วย แต่ก็จริงนะ เราชอบศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบแล้วก็ศิลปะมาตั้งแต่ เด็กแล้วแหละ แล้วจอห์นล่ะทำอะไร ได้ทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษหรือเปล่า เราก็ จำได้นะว่าเธอชอบภาษาอังกฤษมากถึงขนาดไปลงแข่งขันวิชาการภาษาอังกฤษหลายครั้ง

จอห์น: ใช่เลย เราสองคนนี่ก็ความจำดี{เหมือนกัน}เนอะ แล้วเป็นยังไงอยู่กรุงเทพฯ วิถีชีวิตคนเมือง ชอบไหม

โบว์: รวม ๆ แล้ว เราชอบนะ เรารู้สึกว่างานที่เราทำกับวิถีชีวิตในกรุงเทพฯของเรามันเข้ากันได้ดี เราคิดว่าถ้าเราอยู่ในชนบทมันก็คงไม่สะดวกสบายขนาดนี้ จอห์นอยู่กรุงเทพฯด้วยหรือเปล่า

จอห์น: ไม่ ๆ เรายังอยู่เชียงใหม่ เราสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่นั่น แต่เราก็คิดว่าจะ จะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ นะ เธอลองเล่าข้อดีของการอยู่กรุงเทพฯให้เราฟังหน่อยได้ไหม ประกอบการตัดสินใจหนะ

โบว์: ถามถูกคนแล้วจอห์น อย่างแรกเลยคือเรื่องของการเดินทางที่สะดวกสบาย เข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่าย ประหยัดเวลา เราสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปที่ทำงานได้สะดวกมาก ๆ และตอนนี้รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯก็ขยายเส้นทาง มีทั้ง บีทีเอส {เอ็มอาร์ที} ล่าสุดรถไฟฟ้าสายสีเหลืองก็เพิ่งเปิด เราเดินทางไปเที่ยวแถว{ลาดพร้าว}ได้เร็วมาก

จอห์น: ข้อนี้ดีจริง ๆ ตัวเราเองไม่ชอบขับรถ และคิดว่าคงจะไม่ซื้อรถในเร็ว ๆ วันนี้หรอก

โบว์: เราก็{เหมือนกัน} ทุกวันนี้ก็เลยสบาย ๆ ไม่ต้องมานั่งผ่อนรถ ข้อต่อมาก็คือ อาหาร ของกิน ของใช้ หาซื้อได้ง่าย เดินไปไม่ถึงห้านาทีก็มีร้านสะดวกซื้อเยอะแยะ แต่ถ้าเราอยากจะทำอาหารเองก็ได้นะ มีตลาดกลางคืนเปิดดึกหลายแห่ง เพราะคนในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มักจะออกมาช่วงกลางคืนหลังเลิกงาน เดินซื้อของ เอากลับไปที่{คอนโด}หรือ{ที่พัก}ของตัวเอง

จอห์น: เราว่าอันนี้ที่เชียงใหม่ก็โอเคนะ เพราะว่าตลาดก็ดี แต่อาจจะไม่ได้เปิดดึกถึงขนาดในกรุงเทพฯหรอก

โบว์: ใช่ เราก็คิดว่าแบบนั้น อ่อ แล้วอีกอย่าง ถึงแม้ว่าคนในกรุงเทพฯจะทำงานยุ่ง ทุกอย่างดูรีบร้อนใช่ไหม แต่หลายคนก็สามารถดูแลสุขภาพให้ดีได้ เพราะมีฟิตเนสเปิดให้บริการหลายแห่ง เราสามารถเลือกไปออกกำลังกายที่ใกล้ ๆ ได้เลยแหละ หลายที่ เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยนะ สำหรับบางคนที่อาจจะเลิกงานดึกหรือบางคนที่อยากจะออกกำลังกายเช้ามาก ๆ แต่ถ้าชอบทำกิจกรรมภายนอก จะไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก็ได้นะ เรามักจะไปประมาณเดือนละสองสามครั้ง

จอห์น: โหดีจัง แบบนี้สินะวิธีดูแลสุขภาพของเธอ

โบว์: ใช่เลย เราว่าคนกรุงเทพฯเลือกที่จะทำงาน{ฟรีแลนซ์}เยอะขึ้นนะ หลายคนสนุกกับ การทำงานแบบนี้มากกว่าทำงานประจำกับบริษัท อีกหน่อยต้องมีธุรกิจที่เปิดขึ้นเพื่อให้บริการหรือขายสินค้าที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในเมืองอีกเยอะเลยแหละ

จอห์น: แล้วเธออยากซื้อบ้านไหม เรารู้สึกว่าถ้าจะซื้อบ้านในกรุงเทพฯเหมือนจะยาก บ้านที่นี่ดูแพงมากเลยนะ ที่ดินก็ราคาสูง

โบว์: โดยส่วนตัวเราไม่ได้อยากที่จะมีครอบครัวใหญ่ เราก็เลยคิดว่าจะซื้อ{คอนโด}ใกล้ ๆ สถานีรถไฟ อาจจะเลือกบริเวณรอบ ๆ ตัวเมืองเพราะราคาถูกกว่าในตัวเมืองค่อนข้างเยอะ เรารู้สึกว่ามันตอบโจทย์วิถีชีวิตเรามากกว่านะ

จอห์น: ไม่รู้สึกอึดอัดเหรอ ห้องเล็ก ๆ สำหรับเราเราคิดว่าบ้านน่าจะดีกว่านะ

โบว์: สำหรับจอห์นถ้าอยากสร้างครอบครัว การซื้อบ้านก็น่าจะดีกว่า แต่เราชอบ{คอนโด} เพราะว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวก มีสระว่ายน้ำ มีทุกอย่างครบครัน ถ้าอยากเดินเล่นข้างนอกก็แค่เดินไปสวนสาธารณะใกล้ ๆ แค่นี้เราโอเคแล้ว

จอห์น: ดีจังเลยที่วันนี้ได้มาเจอกัน เราตัดสินใจได้แล้ว เราคิดว่าเราจะย้ายมาสอนที่กรุงเทพฯดีกว่า อาจจะเป็นต้นปีหน้า เราจะลองสมัครเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเอกชน หรือไม่ก็ในมหาวิทยาลัย เลือกงานที่มั่นคงแล้วย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ เราอยากลองใช้ชีวิตเป็นคนเมืองดูนะ

โบว์: ก็ดีสิ เราจะได้เจอกันบ่อย ๆ

จอห์น: ขอบคุณมากเลยนะโบว์ แล้วเจอกันนะ เราต้องไปแล้วแหละดึกแล้ว

โบว์: โอเค ไว้เจอกันจ้า